แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ dtac แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ dtac แสดงบทความทั้งหมด

06 มิถุนายน 2561

ใช้งานโทรศัพท์ในต่างประเทศแบบง่ายๆและฟรีๆด้วยแอพ dtac call

*** ออกตัวก่อน เราไม่ได้เชียวชาญเรื่องเทคโนโลยีอะไรมากมายนะคะ จะอธิบายตามความเข้าใจของคนธรรมดาคนหนึ่ง ถ้ามีข้อมูลตรงไหนผิดพลาดหรือตกหล่นต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

ทั้งนี้ จริงๆ ก่อนหน้านี้ ทุกทริปที่ผ่านมา เราไม่เคยสนใจเรื่องการใช้งานโทรศัพท์เลยค่ะ เลือกที่จะปิดการใช้งานโทรศัพท์อย่างสิ้นเชิง แล้วใช้แค่อินเตอร์เน็ตในต่างประเทศอย่างเดียว เพราะแค่มีอินเตอร์เน็ต สมัยนี้มันก็สามารถ voice call หรือ video call ผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ เช่น Line, Skype ได้อยู่แล้ว 

แต่เนื่องจากทริปล่าสุด คุณแม่ของเรามีความจำเป็นต้องใช้งานโทรศัพท์ (หลักๆ คือการรับสายโทรศัพท์ที่มีคนโทรเข้า) เราเลยต้องมาศึกษาเรื่องนี้ 

❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉

วันนี้เราขอมาแนะนำแอพของ dtac ที่ชื่อ dtac call ค่ะ

❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉

แต่ก่อนอื่นมาดูเรื่องการใช้งานโทรศัพท์เวลาไปท่องเที่ยวต่างประเทศกันก่อนสักหน่อย


โดยปกติ หากเราต้องการใช้งานโทรศัพท์ในต่างประเทศมันก็จะมีทางเลือกอยู่ 2 ทางใหญ่ๆ คือ


1. เปิด roaming เบอร์ที่ไทยของเราให้สามารถใช้งานในต่างประเทศไทย 

ทางเลือกนี้ มีข้อดีคือเราสามารถใช้เบอร์เดิมของรับสายและโทรออกได้เลย แต่ข้อเสียคืออัตราค่าบริการมันแพงมาก

ตัวอย่าง อัตราค่าบริการ roaming ของ AIS และ dtac สำหรับเบอร์ในระบบของเดือนเมื่อเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น (website ของทรูหาข้อมูลอะไรยากมากเลยค่ะ เลยขอข้ามทรูไป เหนื่อยกับการหา)



เครือข่าย
อัตราค่าโทร (บาท/นาที)
ส่ง SMS
(บาท/ข้อความ)
โทรหาเลขหมายประเทศที่โรมมิ่ง
โทรหาเลขหมายประเทศไทย
โทรหาเลขหมายประเทศอื่น
รับสาย
AIS
26
80
85
26
12
dtac
26
78
82
25
12

ทั้งนี้ หากใครจำเป็นต้องใช้ roaming แนะนำให้ลองเช็คแพ็คเกจเหมาจ่ายกับทาง operater อีกครั้งค่ะ อาจจะพอช่วยได้


http://www.ais.co.th/roaming/package.html

https://www.dtac.co.th/roaming/rate/dtn/

2. กรณีถ้ามีการใช้ internet sim อื่นๆ เช่น sim2fly, go inter, travel sim หรือ local sim ของประเทศนั้นๆ ก็สามารถใช้งานโทรศัพท์จากเบอร์ของ internet sim นั้นๆได้เช่นกัน 
แต่ข้อเสียคือเบอร์ที่ใช้จะเป็นเบอร์ของ internet sim ไม่ใช่เบอร์เดิมของเรา นั่นหมายความว่าถ้าเราต้องการรับสายที่โทรเข้าเบอร์เดิมของเรา เราต้องทำการโอนสายมาที่เบอร์นี้ก่อน และอัตราค่าบริการยังถือว่าสูงอยู่

ตัวอย่าง อัตราค่าบริการโทรศัพท์ของ AIS Sim2Fly และ dtac Go inter สำหรับประเทศญี่ปุ่น



เครือข่าย
อัตราค่าโทร (บาท/นาที)
ส่ง SMS
(บาท/ข้อความ)
รับ SMS
โทรหาเลขหมายประเทศที่โรมมิ่ง
โทรหาเลขหมายประเทศไทย
โทรหาเลขหมายประเทศอื่น
รับสาย
AIS Sim2Fly
6
6
35
6
6
ฟรี
dtac Go Inter
26
26
35
20
6
ฟรี


Wifi Calling


นอกจากสองวิธีด้านบนแล้วก็ยังเทคโนโลยีอีกแบบหนึ่งซึ่งเราเรียกว่า wifi calling ค่ะ


Wifi calling คือ การใช้โทรศัพท์โดยผ่านระบบ wifi นั่นเอง 

ขอเพียงแค่โทรศัพท์เราต่อ wifi อยู่ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนในโลก (ทั้งในไทยและต่างประเทศ) ก็สามารถใช้งานโทรศัพท์ผ่านระบบนี้ได้
โดยค่าบริการจะคิดตามแพ็คเกจโทรศัพท์ที่เราใช้อยู่เดิมเลย ไม่มีการคิดค่าบริการเพิ่มเติม นั่นหมายความว่า เราสามารถรับสายได้ฟรีเสมอไม่ว่าอยู่ที่ไหนของโลก

ตอนนี้ทุก operater ในไทยมีบริการนี้อยู่นะคะ 
AIS >> http://www.ais.co.th/4g/vowifi/
dtac >> https://www.dtac.co.th/network/wifi-calling.html
ture >> http://truemoveh.truecorp.co.th/news/detail/198

จริงๆ wifi calling นี้เป็นเทคโนโลยีที่ดีมากๆค่ะ สามารถตอบโจทย์คนบางส่วนในการไปท่องเที่ยวต่างประเทศได้ แต่อาจยังไม่ใช่ทั้งหมด


ยังไง?


เนื่องจากการจะใช้  wifi calling โทรศัพท์จะต้องมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจากสัญญาณ wifi เท่านั้น ทำให้เหมาะกับผู้ที่ใช้งาน pocket wifi หรืออินเตอร์เน็ต wifi ฟรีตามที่สาธารณะหรือโรงแรม ร้านค้าต่างๆ เท่านั้นค่ะ


หากเป็นคนที่ใช้งาน internet sim จะมีปัญหาทันที 

เพราะเมื่อโทรศัพท์เราใส่ซิมของ internet sim เข้าไปแล้วเท่ากับว่าเราต้องถอดซิมเดิมออก และการใช้งานของเราก็จะเป็นการใช้งานอินเตอร์เน็ตจากระบบ cellular data (เช่น 4G) ไม่ได้เป็นการใช้งานผ่าน wifi ทำให้ไม่สามารถใช้งาน wifi calling ได้ 
(คนที่โทรศัพท์เป็นระบบ 2 ซิม ก็ทำไม่ได้นะคะ ต่อให้ใส่ซิมได้ 2 อัน การจับสัญญาณอินเตอร์เน็ตก็ยังเป็น cellular data อยู่ดี เราลองแล้ว 555+)

>> เราเคยพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการพกโทรศัพท์ 2 เครื่องค่ะ ใช้เครื่องหนึ่งใส่ internet sim แล้วแชร์สัญญาณ wifi ให้อีกเครื่องหนึ่ง (ใช้เครื่องหนึ่งเป็นตัวปล่อยสัญญาณเหมือน pocket wifi)

อีกเครื่องหนึ่งซึ่งใส่ซิมเดิมไว้ เปิดเป็น airplane mode ไว้ (ป้องกัน roaming รั่ว) แล้วเชื่อมต่อ wifi จากอีกเครื่องที่แชร์มา ทำให้ใช้งาน wifi calling ได้ 
ซึ่งมันก็ใช้งานได้นะคะ แต่ไม่เวิร์คตรงกระเป๋าหนัก 5555+ เพราะนอกจากต้องพกโทรศัพท์สองเครื่องแล้ว ยังต้องพก power bank ด้วย เพราะเครื่องที่เราใช้แชร์สัญญาณ wifi แบตมันจะหมดเร็ว(มาก)
แต่ถ้าใครไม่มีปัญหานี้ ลองเอาวิธีนี้ไปใช้ได้นะคะ 

นอกจากนี้ wifi calling จะรองรับเฉพาะการโทรศัพท์ (voice) เท่านั้น ไม่สามารถรับ-ส่ง sms ได้ 

ซึ่งดูแล้วการรับ-ส่ง sms จริงๆก็ดูไม่ได้เป็นปัญหามากนัก เพราะตราบใดที่เราต่ออินเตอร์เน็ต การรับ-ส่งข้อความ text ก็เป็นเรื่องง่ายมาก ใช้แอพ line ก็ได้ messenger ก็ได้


แต่มันจะมีการรับ sms อยู่รูปแบบหนึ่งที่หลายคนที่ไปเที่ยวต่างประเทศประสบปัญหา คือ การรับ otp จากธนาคารในไทยเพื่อยืนยันการซื้อสินค้าหรือบริการผ่านอินเตอร์เน็ตค่ะ 

เช่น ถ้าสมมติ เราตกเครื่อง ต้องซื้อตั๋วเครื่องบินใหม่ แต่การซื้อตั๋วเครื่องบินนั้นเราจ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ต้องการการยืนยันผ่านระบบ otp อีกครั้ง แบบนี้ มันจะงงๆนิดนึงค่ะ

จริงๆ มันเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ แต่การแก้ไขมันอาจจะยุ่งนิดนึง 
คือ ถ้ากรณีแบบนี้เกิดขึ้น แล้วเราเปิด roaming อยู่ เราสามารถรับ sms ได้ฟรีอยู่แล้วค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าไม่ได้เปิด roaming ไว้ ก็ต้องไปเปิดก่อนค่ะ (ซึ่งหลายคนอาจจะลืม)
แล้วยิ่งถ้าคนที่เอาเบอร์ที่ผูกกับธนาคารออกจากโทรศัพท์ แล้วเอาเบอร์ internet sim ใส่เข้าไปแทน แบบนี้ก็ต้องอย่าลืมเปลี่ยนซิมกลับมาเป็นเบอร์เดิมก่อน เพื่อเตรียมรับ sms (แล้วอย่าลืมเปิด roaming ด้วยนะคะ)

dtac call application



แอพ dtac call เป็นแอพที่แก้ปัญหาการใช้งานทั้งหมดที่เราว่ามาด้านบนค่ะ 

>> https://www.dtac.co.th/info/dtac-call.html

เราสามารถใช้งานโทรศัพท์ได้เหมือนอยู่ประเทศไทยด้วยเบอร์เดิมของเราเอง ไม่ว่าจะรับสาย โทรออก รับ-ส่ง sms แอพนี้ทำได้ค่ะ

ที่สำคัญคือ ฟรี!! ขอแค่มีอินเตอร์เน็ตเท่านั้นเอง

คำว่า ฟรี ในที่นี้ หมายถึง รับสายและรับ sms ฟรีเหมือนอยู่ไทย ส่วนการโทรออกและส่ง sms ก็หักจากในแพ็คเกจเหมือนอยู่ไทยค่ะ ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ เหมือนกับการใช้ wifi calling 

แต่ข้อแตกต่างคืออินเตอร์เน็ตที่ใช้นั้นจะเป็นสัญญาณอินเตอร์เน็ตจาก wifi หรือ cellular data (3G/4G) ก็ได้

และการใช้งานแอพนี้ก็ไม่จำเป็นต้องใส่ซิม dtac อยู่ในเครื่องก็สามารถใช้ได้ ทำให้แม้เราถอดซิมเบอร์เดิมของเราออก แล้วใส่ internet sim เช่น sim2fly, go inter หรือ data local sim ของประเทศนั้นๆเข้าไป ก็ยังสามารถใช้งานได้


นอกจากเรื่องการใช้งานในต่างประเทศ ทาง dtac เค้าเคลมว่าแอพนี้จะทำให้ลูกค้าดีแทคที่มีหลายเบอร์ สามารถรวมเบอร์ที่มีอยู่ (สูงสุดไม่เกิน 5 เบอร์) ให้สามารถใช้งานได้ในแอพเดียว เครื่องเดียว ไม่ต้องพกโทรศัพท์หลายเครื่อง โดยยังสามารถรับสิทธิพิเศษ dtac reward จากทุกเบอร์ได้เหมือนเดิม

วิธีการใช้งาน


ขั้นแรก 

download แอพ dtac call จาก App Store หรือ Play Store
App Store >> https://itunes.apple.com/th/app/dtac-wifi-calling/id1210578759
Play Store >> https://play.google.com/store/apps/details?id=th.co.dtac.wificalling

ขั้นที่สอง

ไปลงทะเบียน dtac call ด้วยเบอร์โทรศัพท์
***dtac call รองรับการใช้งานได้เฉพาะเบอร์ dtac เท่านั้นค่ะ
ครั้งแรก เราจะได้รหัส OTP มาเพื่อใช้ในการลงทะเบียน เราก็ทำไปตามขั้นตอนที่ขึ้นเลยค่ะ ง่ายมาก เชื่อว่าทุกคนทำได้



credit: https://www.dtac.co.th/info/dtac-call.html


การใช้งานในกรณีที่ใส่ internet sim อื่นเพื่อไปใช้งานในต่างประเทศนั้น ก็ง่ายมากค่ะ
เราต้องเข้าไปใน manage number เพื่อเปลี่ยนจากการใช้งาน sim card เป็น dtac call ก่อน (ดูรูปที่ 6 จัดการเบอร์โทรเข้าด้านบนประกอบนะคะ) แค่นี้เป็นอันเสร็จแล้วค่ะ
จากนั้นก็เปลี่ยน sim card จากซิม dtac ไปเป็น internet sim ที่เราซื้อมาก็ใช้ได้เลยค่ะ 

เวลาเราจะโทรออก-รับสายและรับ-ส่งข้อความ sms เราจะต้องทำผ่านแอพ dtac call นะคะ
เช่น ถ้าเราจะโทรออก ก็ต้องเข้ามาที่แอพ dtac call ก่อน แล้วกดเบอร์เพื่อโทรออก 
(ถ้าเราไปใช้หน้าโทรออกของเครื่องโทรศัพท์ปกติ มันจะกลายเป็นเราใช้ตัว internet sim โทรออกค่ะ) 

ดูแล้วจริงๆ มันก็คล้ายๆการโทรผ่านแอพพลิเคชั่นอื่นๆ อย่าง Line ค่ะ แต่อันนี้มันดีตรงเป็นการใช้เบอร์เดิมของเราเอง คนโทรหาเราก็ยังโทรได้ปกติ ส่วนเราก็ยังโทรออกได้ปกติ อีกฝ่ายไม่ต้องมีแอพอะไรเพิ่ม อย่างถ้าโทร Line ทั้งสองฝั่งต่างก็ต้องมีแอพ Line ใช่มั้ยคะ แต่อันนี้ไม่ต้องเลย

ในด้านของการใช้งานจริงที่เราเจอมา
การรับ sms ใช้งานได้ปกติค่ะ (ยิ่งตอนอยู่ไทย เวลามี sms เข้า แอพ dtac call ขึ้นเตือนเร็วกว่าจากโทรศัพท์อี้กกก)
การโทรออกจากแอพ อันนี้ใช้ได้ดีค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร เสียงก็ชัดเจนดีค่ะ (ขึ้นอยู่กับสัญญาณอินเตอร์เน็ตด้วยค่ะ)
แต่โทรเข้า เรารู้สึกว่าน่าจะมีดีเลย์นิดหน่อยค่ะ เพราะเหมือนเพื่อนถามว่าทำไมรับโทรศัพท์ช้า ทั้งที่เราว่าเราได้ยินเสียงเรียกเข้าก็รับเลย (คล้ายๆเวลาใช้ Line เหมือนกัน)

สรุป เราชอบแอพนี้ค่ะ รู้สึกว่ามันง่าย ตอบโจทย์ และใช้ได้จริง ใครเป็นคนคิดไม่รู้ แต่อยากตะโกนบอกคนคิดและคนทำแบบลูกเสือสำรองว่า "เยี่ยมจริงๆ เยี่ยมจริงๆ เยี่ยมจริงๆ"
ก่อนจะมี เราก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจำเป็นอะไร แต่พอมีแล้ว เออ มันดีหวะ ชีวิตง่ายขึ้นจริง 
และเราคิดว่าในอนาคต AIS กับ true ก็น่าจะมีแอพที่รองรับการใช้งานลักษณะนี้ได้เหมือนกันค่ะ 
เราถือคติว่า ถ้าค่ายนึงทำได้ ค่ายอื่นก็ต้องทำได้ ( ^__________^ )

❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉

ป.ล.
สรุปอัตราค่าบริการอีกครั้ง (เป็นข้อมูลอย่างเป็นทางการที่ทาง dtac แจ้งไว้ในเว็บค่ะ)

อัตราค่าบริการ
การโทรออก-รับสาย และ รับ-ส่งข้อความ SMS บนแอปพลิเคชัน dtac call จะคิดค่าบริการตามแพ็กเกจของคุณเหมือนอยู่ไทย ดังนี้

การคิดค่าบริการโทรออก-รับสาย

1. การโทรหาเบอร์ประเทศไทย จะคิดค่าบริการเป็นนาทีหรือวินาทีตามอัตราแพ็กเกจปัจจุบันของลูกค้า โดยหักจากจำนวนที่ใช้งานได้ตามแพ็กเกจปกติ
2. การโทรออกหาเบอร์ต่างประเทศ จะคิดค่าบริการโทรต่างประเทศ (IDD)
3. การรับสายไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนทั่วโลก ก็รับสายฟรี

การคิดค่าบริการรับ-ส่งข้อความ (SMS)

1. การส่งข้อความหาเบอร์ประเทศไทย จะคิดค่าบริการตามอัตราแพ็กเกจปัจจุบันของลูกค้า โดยหักหรือคิดค่าบริการจากจำนวนที่ใช้งานได้ตามแพ็กเกจปกติ
2. การส่งข้อความหาเบอร์ต่างประเทศ จะคิดค่าบริการโทรต่างประเทศ (IDD)
3. การรับข้อความ (SMS) ฟรี


20 เมษายน 2561

ไปญี่ปุ่น...ใช้ INTERNET Sim ค่ายไหนดี? (AIS Sim2Fly/ Dtac Go inter/ True Travel sim)

การใช้งานอินเตอร์เน็ตในทริปญี่ปุ่นก่อนๆหน้านี้ เราจะใช้เป็น pocket wifi ซะส่วนใหญ่ 
แต่ pocket wifi มีข้อเสียคือต้องแบกตัวปล่อยสัญญาณ wifi อีกเครื่องหนึ่ง ทำให้กระเป๋าหนักขึ้น (จากที่ก็หนักมากอยู่แล้ว) และผู้ร่วมทริปจะต้องอยู่ด้วยกันถึงจะเล่นได้ ถ้าแยกกันไปคือจบเลย เลยไม่สะดวกเท่าไหร่นัก

พอมาตอนนี้ค่ายมือถือในไทยออกตัวเลือกที่น่าสนใจกว่าออกมาอย่าง internet sim เพื่อไปใช้งานต่างประเทศ เราก็ต้องลองค่ะ 
ไม่ต้องรับภาระอุปกรณ์เพิ่ม เล่นอินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลาแบบของใครของมัน แยกกันไปได้ และที่สำคัญราคาไม่แพง จัดไปอย่าให้เสียค่าาา


ตอนนี้ทั้ง 3 ค่ายมือถือใหญ่ในไทย ทุกค่ายก็ออก Internet sim มาแล้วทั้ง 3 ค่ายเลย


AIS Sim2fly http://www.ais.co.th/roaming/sim2fly/




Dtac Go Inter https://www.dtac.co.th/gointer/



True Travel sim http://truemoveh.truecorp.co.th/international_service/travelling_abroad

ในที่นี้ เราจะขอพูดถึงการใช้งานที่ "ประเทศญี่ปุ่น" เท่านั้นนะคะ

ประเทศอื่นๆ ลองเช็คดูอีกทีว่าค่ายไหนรองรับบ้างและในแพ็คเกจราคาเท่าไหร่

สำหรับประเทศญี่ปุ่นนั้น ใน 3 ค่ายนี้ ให้ตัด true travel sim ออกก่อนเลยเป็นอันแรกค่ะ เนื่องจากตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2560 เป็นต้นไป ทรูมีการปรับแพ็คเกจของประเทศญี่ปุ่นจาก Travel sim Asia 399 บาท ไปเป็น Travel sim world 899 บาท ทำให้แพงกว่าค่ายอีก 2 ค่ายอย่างชัดเจน


*** dtac Go Inter เองก่อนหน้านี้ ช่วงประมาณเดือนธันวาคม 2560 ก็ได้ประกาศว่าไม่สามารถใช้งานญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกับ true (เดาว่าน่าจะเกี่ยวกับข้อตกลงของทางค่าย NTT Docomo ที่ญี่ปุ่น เพราะเดิมทั้ง true และ dtac จับสัญญาณค่ายนี้ทั้งคู่ค่ะ) แต่ล่าสุดเมษายน 2561 dtac กลับมาใช้งานที่ญี่ปุ่นได้แล้ว โดยจับสัญญาณกับทาง Softbank เช่นเดียวกับ AIS


อัพเดท กันยายน 2561 dtac go inter กลับมาจับสัญญาณของ NTT Docomo แล้วค่ะ

ส่วนระหว่าง AIS sim2fly กับ dtac go inter เงื่อนไขหลักๆ ตอนนี้ยังกับลอกกันมา แต่จุดตัดสำคัญน่าจะอยู่ที่จำนวนวันที่ต้องการใช้งานค่ะ


❈ แพ็คเกจการใช้งานงานอินเตอร์เน็ตทั้งสองค่ายเป็นแบบ non-stop 4GB หลังครบ 4 GB จะปรับความเร็วลงเป็น 128 Kbps เหมือนกันเป๊ะ


❈ ราคาเท่ากันเป๊ะๆ คือ 399 บาท

❈ จับสัญญาณ Softbank ทั้งสองค่าย
อัพเดท กันยายน 2561 
AIS Sim2fly จับสัญญาณของ Softbank
dtac go inter จับสัญญาณของ NTT Docomo 

❈ การนับระยะเวลาจะนับแบบ 24 ชั่วโมงเหมือนกันทั้งสองค่าย 

❈ จำนวนวัน
เริ่มต้น
AIS ใช้งานได้ที่ 8 วัน 
dtac ใช้งานได้ที่ 10 วัน

ถ้าเกินกว่านี้ ในส่วนของแพ็คเกจเสริม
AIS มีแพ็คเกจเสริม 2 แบบ คือ 
(1) แบบ 2 วัน 1 GB ราคา 119 บาท
(2) แบบ 8 วัน 4 GB ราคา 349 ลดเหลือ 299 บาท 
ส่วน dtac จะไม่มีแพ็คเกจเสริมค่ะ แต่มีคำแนะนำในหน้าเว็บว่า ถ้าไป 15 วัน ให้ซื้อไป 2 ซิม (อย่างนี้ก็ได้เหรอ?!?) 

ถ้าใครไปต่างประเทศบ่อยๆ ไม่อยากซื้อซิมทุกครั้งที่ไปต่างประเทศ แนะนำ sim2fly เลยค่ะ เพราะสามารถเติมเงินเพื่อยืดอายุซิมได้ แล้วพอจะนำไปใช้งานในต่างประเทศอีกครั้งก็แค่สมัครแพ็คเกจเพิ่มเท่านั้นเอง


❈ การใช้งานโทรศัพท์

กรณีมีการใช้งานโทรศัพท์ด้วย ทั้งการรับสาย โทรกลับไทย โทรในญี่ปุ่น ค่าบริการของ AIS จะถูกกว่า dtac อย่างมีนัยสำคัญ (อัตราค่าโทรต่อนาที AIS อยู่ที่ 6 บาท dtac อยู่ที่ 26 บาทค่ะ)
เพราะฉะนั้นถ้าจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ด้วย ไป AIS เลยค่ะ 

***แต่ถ้าใครใช้เบอร์ไทยเป็นของ dtac แล้วต้องการใช้งานโทรศัพท์ เราจะมีทางเลือกอีกทางให้ โดยสามารถใช้งานเบอร์เดิมของเราได้เลย แม้ว่าโทรศัพท์จะไม่ได้ใส่ซิมเดิมของเราอยู่ก็ตาม 
>> http://pptalkative.blogspot.com/2018/06/dtac-call.html

❈ Call center ขณะอยู่ต่างประเทศ
dtac call center ขณะอยู่ต่างประเทศ โทรฟรี 24 ชั่วโมง เบอร์ +66 2-202-8100

ส่วน AIS เดิมไม่มีเบอร์ฟรีค่ะ เสียตังค์อย่างเดียว (ซึ่งมันไม่โอเคมาก คนบ่นกันเยอะมาก เพราะคนที่ต้องติดต่อ call center ในต่างประเทศส่วนใหญ่ก็คือคนที่ไม่สามารถใช้งานซิมที่ซื้อไปได้ แล้วนอกจากซิมที่เสียเงินซื้อไปใช้งานไม่ได้แล้ว ยังต้องเสียเงินโทรหา call center เพื่อหาทางแก้ไขเองอีกต่างหาก)
แต่ล่าสุดสดๆร้อนๆ ฟรีแล้วค่าาาา ในที่สุดคำคอมเพลนก็ไปถึงหู AIS จนได้ 
AIS call center ขณะอยู่ต่างประเทศ เบอร์ +66 2-271-9000 
** เนื่องจากเพิ่งมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ในแพ็คเกจ Sim2Fly บางอันจะแจ้งว่ามีค่าบริการอยู่ แต่จริงๆคือโทรได้ฟรีแล้วค่ะ

❈ สถานที่ซื้อซิม
สามารถเช็คศูนย์บริการที่มีจำหน่ายได้จาก website ด้านบนเลยค่ะ

(เดิมของ AIS จะหาซื้อง่ายกว่าของ dtac ค่ะ แต่ปัจจุบัน หาซื้อได้ไม่ยากทั้งคู่แล้วค่ะ)

ทั้งนี้ จากประสบการณ์ ถ้าเตรียมไปได้ก่อนก็เตรียมไปก่อนนะคะ อย่าไปหวังซื้อที่สนามบิน เพราะทริปฮ่องกงเมื่อปลายปีก่อนโน่น เราไปซื้อ sim2fly ของ AIS ที่สนามบินสุวรรณภูมิ รอนานมากกกกกก คิวยาวมากทั้งคนไทยและต่างชาติ เข็ดเลยค่ะ

❈ อุปกรณ์เสริมอื่นๆ
ทั้งสองค่าย มีที่จิ้มซิมแถมมาให้ด้วยค่ะ สะดวกดี แต่ที่จิ้มซิมของฝั่ง dtac ดูคุณภาพดีกว่าของ AIS อยู่มาก (แต่ใช้งานได้ทั้งคู่ค่ะ ไม่ได้มีผลต่อการใช้งาน) 
เพิ่มเติมคือ dtac จะมีซองเล็กๆ สำหรับใส่ที่จิ้มซิมและใส่ซิมได้อีก 2 ช่องให้ด้วย ซึ่งชอบค่ะได้ใช้ประโยชน์จริง

อันนี้เป็นหน้าตาของ dtac go inter ที่ใช้ในทริปปลายปีที่แล้ว ตอนนั้นจะมีแถมซองซิปใสให้ด้วย แต่เข้าใจว่าตอนนี้ไม่มีแล้วค่ะ 

❈ ในส่วนของการใช้งานจริง เราเคยใช้งานทั้งของ dtac go inter (ตอนปลายปีที่แล้วที่ยังจับสัญญาณกับ NTT Docomo) และ AIS sim2fly (ล่าสุดคือเมษายนปีนี้) สามารถใช้งานได้ดีค่ะ ไม่ได้มีปัญหาอะไร มีช่วงรถไฟวิ่งเร็วๆหรือเข้าอุโมงค์ ขึ้น no service เป็นระยะท้ังสองค่ายค่ะ

[แต่เดิม ถ้าออกไปนอกเมืองมากๆ สัญญาณฝั่ง NTT Docomo เหนือกว่าฝั่ง Softbank อยู่นิดหน่อยค่ะ ไม่มีนัยสำคัญอะไร แต่เนื่องจากตอนนี้ทั้งสองค่ายมาจับสัญญาณ Softbank เหมือนกัน เรื่องนี้ก็ตกไปค่ะ]


สรุปว่า
ใครมีความจำเป็นต้องใช้งานโทรศัพท์ร่วมด้วย ไป AIS ค่ะ อัตราค่ารับสายและโทรออกของ sim2fly ถูกกว่าฝั่ง dtac do inter มาก 
ส่วนใครที่ไม่ได้ต้องการใช้งานโทรศัพท์จากตัว internet sim เช่น อาจไม่ต้องการใช้งานโทรศัพท์เลย หรือมีวิธีการอื่นในการใช้โทรศัพท์แทนที่จะโทรจากตัว internet sim ให้ดูจำนวนวันที่เดินทางท่องเที่ยวเป็นหลักค่ะ 
ถ้าไปไม่เกิน 8 วัน เลือกเอาได้ตามสะดวกเลยค่ะว่าอยากใช้ค่ายไหน
ถ้าไป 9-10 วัน ไป dtac ค่ะ 
ถ้าไปเกินจากนี้ ลองคำนวณเองกันอีกทีนะคะ เช่น ไป 15 วันอาจใช้เป็น sim2fly ร่วมกับแพ็คเกจเสริม 8 วัน แบบนี้จะถูกกว่าใช้ dtac go inter 2 ซิมค่ะ

กรณีเดินทางต่างประเทศเป็นประจำ แนะนำให้มี sim2fly เก็บไว้สักอัน แล้วคอยเติมเงินไม่ให้ซิมขาด พอจะใช้งานในต่างประเทศก็สามารถซื้อแพ็คเกจเสริมได้เลย ไม่ต้องเสียเงินค่าซิมใหม่ทุกครั้งค่ะ